ตลาดสมุนไพรในประเทศญี่ปุ่น

          สมุนไพรและเครื่องเทศเริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่เริ่มมีความเป็นตะวันตกมากขึ้น ความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ และการรับประทานอาหารฝรั่ง เช่น ฟาสต์ฟู้ด อาหารอิตาลี รวมถึงเมนูที่ใช้สมุนไพรและเครื่องเทศต่างๆ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สมุนไพรสด (fresh herbs) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปัจจัยสำคัญคือกระแสการปลูกพืชผักสวนครัว การแพร่หลายของอโรมาเธอราพี (aromatherapy) และการใส่ใจเรื่องสุขภาพ เช่น การบริโภคอาหารแบบสโลว์ฟู้ด การใช้ชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ และการดำเนินชีวิตในแนวทางสโลว์ไลฟ์ (slow life) อีกทั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นให้ผู้คนหันมาทำอาหารที่บ้านมากขึ้น ส่งผลให้การบริโภคสมุนไพรและเครื่องเทศเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

          ในปี 2020 มูลค่าการจำหน่ายสมุนไพรและเครื่องเทศในญี่ปุ่นสูงถึงประมาณ 60,000 ล้านเยน (หรือประมาณ 461 ล้านเหรียญสหรัฐ) เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 จากปี 2019 นอกจากนี้ การบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจในประโยชน์ด้านสุขภาพของสมุนไพร โดยเฉพาะการใช้งานในรูปแบบอโรมาเธอราพี (Aroma Therapy)

สมุนไพรและเครื่องเทศในญี่ปุ่นได้รับความนิยมและแพร่หลายมากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต ทั้งในด้านชนิดและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ โดยในอดีต ชาวญี่ปุ่นไม่นิยมรับประทานสมุนไพรและเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุนหรือรสจัด แต่ปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางการค้าและการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าจำนวนมากหลั่งไหลเข้าญี่ปุ่น และการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นยังมีส่วนช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของชาวญี่ปุ่น สมุนไพรและเครื่องเทศในญี่ปุ่นจึงเป็นที่รู้จักมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีตที่ผ่านมา รวมทั้งชนิดของสมุนไพรและเครื่องเทศมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้นด้วย

มูลค่าตลาดของสมุนไพร (ภาพรวม) ประมาณ 10,131 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งประกอบด้วยอาหารเพื่อสุขภาพ 68% ยาจีน 17% เครื่องสำอาง 10% และ สมุนไพรสด 5%

          ญี่ปุ่นส่วนใหญ่นำเข้าสมุนไพรและเครื่องเทศในรูปแบบวัตถุดิบ เพื่อนำไปแปรรูปและบรรจุในบรรจุภัณฑ์สำหรับขายปลีก โดยวัตถุดิบเหล่านี้ส่วนใหญ่นำเข้าผ่านบริษัท Trading company นอกจากนี้ ผู้ผลิตสินค้าสมุนไพร เครื่องเทศ และอาหารแปรรูปบางรายยังนำเข้าวัตถุดิบโดยตรงจากแหล่งเพาะปลูกอีกด้วยสำหรับช่องทางการจำหน่ายสมุนไพรและเครื่องเทศที่ใช้ในครัวเรือน มักใช้รูปแบบเดียวกับการกระจายสินค้าอาหารแปรรูปทั่วไป โดยผ่านบริษัทขายส่งก่อนกระจายไปยังห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าปลีกต่าง ๆ ในกรณีของเครื่องสำอาง การนำเข้าส่วนใหญ่ดำเนินการโดยบริษัท Trading company เช่นเดียวกัน หรือในบางกรณีที่ผู้ส่งออกมีการทำสัญญาไว้ล่วงหน้า การนำเข้าอาจดำเนินการผ่านตัวแทนจัดจำหน่าย ซึ่งตัวแทนเหล่านี้จะรับผิดชอบทั้งการนำเข้า การกระจายสินค้า และการหาลูกค้าให้กับผลิตภัณฑ์

          ปัจจุบัน ญี่ปุ่นได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ (Super-Aged Society) ซึ่งหมายถึงสังคมที่มีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น

          ด้วยเหตุนี้ อาหารแปรรูปและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของสมุนไพรจึงได้รับความสนใจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้หญิงซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภคหลัก นอกจากนี้ พืชสมุนไพรยาจีนยังเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่มีโอกาสเติบโตในตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากปัจจุบันจีนได้กำหนดข้อจำกัดในการเก็บเกี่ยวพืชสมุนไพร เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการส่งออกเพื่อเน้นตลาดภายในประเทศ ส่งผลให้ราคาพืชสมุนไพรยาจีนปรับตัวสูงขึ้นและสร้างความท้าทายให้กับผู้ผลิตยาจีนในญี่ปุ่นในการจัดหาวัตถุดิบ      

Nelumbinis Semen - Lotus,Sacred lotus

  เพื่อแก้ปัญหานี้ กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่นจึงมีนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรยาจีนภายในประเทศ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า แต่ยังเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งออกและสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ ในตลาดสมุนไพรของญี่ปุ่น

อันดับ HS Code จากประเทศ มูลค่า (ล้านเหรียญสหรัฐ)
ปี 2021
ปี 2020
ปี 2019
1
ขิง (0910.11, 0910.12)
จีน ไทย ไต้หวัน ลาว เวียดนาม
102.28
87.66
87.68
2
พริกในตระกูลแคปซิกัมหรือตระกูลพิเมนตร (0904.21, 0904.22)
จีน สเปน เกาหลีใต้ ชิลี เม็กซิโก
59.87
51.61
50.68
3
พริกในตระกูลไปเปอร์ (0904.11, 0904.12)
มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม อินเดีย จีน
44.07
34.13
37.78
4
ขมิ้น (509010.30)
อินเดีย จีน เวียดนาม ศรีลังกา ปากีสถาน
7.17
7.65
8.68
5
เมล็ดผักชี (0909.21, 0909.22)
โมร็อกโก อินเดีย แคนาดา รัสเซีย เวียดนาม
4.76
4.17
3.73

ที่มา: กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพร ญี่ปุ่นไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจงสำหรับสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพร การกำกับดูแลจึงขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของแต่ละประเภทสินค้า เช่น อาหาร ยา หรือเครื่องสำอาง สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ญี่ปุ่นจัดให้เป็นสินค้าอาหารทั่วไป และไม่มีข้อกำหนดพิเศษที่เจาะจง โดยมีการกำหนดรายชื่อสารประกอบเพื่อให้สามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจนระหว่างยาและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่:
  1. สารประกอบที่อนุญาตให้ใช้ในยาเท่านั้น
  2. สารประกอบที่ใช้แล้วไม่ถือว่าเป็นยา

ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมใช้สารประกอบตามรายชื่อที่กำหนด และไม่มีการโฆษณาหรือแสดงถึงสรรพคุณเชิงการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะถือว่าเป็นสินค้าอาหารทั่วไป แต่หากมีการโฆษณาหรือระบุสรรพคุณทางการแพทย์ของสารประกอบเหล่านั้น ผลิตภัณฑ์จะถูกจัดเป็นยา ซึ่งจะต้องดำเนินการตามกฎระเบียบที่ซับซ้อนมากกว่าสินค้าอาหารเสริม

ภาษีนำเข้า

          อัตราภาษีการนำเข้าจากไทยส่วนใหญ่เป็นร้อยละ 0 เนื่องด้วยสิทธิประโยชน์ของความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระหว่างประเทศญี่ปุ่น หรือ JTEPA ซึ่งครอบคลุมทั้งผักสด/แช่แข็ง (HS 07) สมุนไพรและเครื่องเทศ (HS 09) ยา (HS 29, 30) เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและดูแลเส้นผม (HS 33, 34)

Nelumbinis Semen - Lotus,Sacred lotus

ลำดับ หน่วยงาน คำอธิบาย Website
1
Ministry of Health, Labour and Welfare
ดูแลเรื่องความปลอดภัยผลิตภัณฑ์อาหาร ยาและเครื่องสำอาง
https://www.mhlw.go.jp/
2
Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries
ดูแลเรื่องการกักกันพืชและสมุนไพรสด
https://www.maff.go.jp/
3
Pharmaceuticals and Medical Devices Agency
ตรวจสอบความปลอดภัยของยาเพื่อจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่น
รวมถึงการนำเข้ามายังญี่ปุ่น
https://www.pmaa.go.jp/
4
Cosmetic Importers Association of Japan
สมาคมผู้นำเข้าเครื่องสำอาง
https://www.ciaj.gr.jp/
Views: 274
Scroll to Top