ตลาดสมุนไพรในประเทศอินเดีย

ปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวอินเดียให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลข้างเคียงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีเป็นอย่างมาก ประกอบกับรายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น และกระแสความนิยมในสินค้ารักสุขภาพที่ผลิตจากพืชหรือวัตถุดิบธรรมชาติ ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรในอินเดียมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 18 ต่อปีในช่วงปี 2019-2024

ผลิตภัณฑ์สมุนไพรในตลาดอินเดียสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกาย (Personal Care)
  2. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Cosmetics)
  3. ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ (Health Care)

ในจำนวนนี้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าและผิวกาย รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง มีส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุด และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วกว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ
ผู้ประกอบการในอินเดียหลายรายเริ่มพัฒนาและเพิ่มการใช้พืชธรรมชาติเป็นส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำยากุหลาบปรับสภาพผิว และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า ซึ่งได้รับความนิยมและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในตลาดอินเดียในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่อินเดียตอนใต้ที่กระแสการบริโภคผลิตภัณฑ์สมุนไพรเติบโตอย่างรวดเร็ว

ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรในอินเดียจึงนับเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายตลาดในกลุ่มผู้บริโภครักสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

          การเพิ่มขึ้นของประชากรอินเดียอย่างรวดเร็วส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้านการดูแลสุขภาพ สมุนไพรจากธรรมชาติได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะตัวช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย ป้องกันโรคต่างๆ และบำรุงสุขภาพ

          อินเดียมีความได้เปรียบจากการเป็นแหล่งรวมสมุนไพรหลากหลายชนิด ซึ่งสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและสุขอนามัย โดยมองว่าสมุนไพรเป็น “อาหาร” มากกว่า “ยา” เพราะผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติที่ปลอดภัย

          ผู้บริโภคชาวอินเดียยังให้ความสำคัญกับ แบรนด์ และความไว้วางใจในสินค้า ซึ่งสร้างขึ้นจากการประชาสัมพันธ์ การบอกต่อ และการสร้างการรับรู้ที่ดี นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูดใจและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ

          หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการใช้สมุนไพรในอินเดียคือ อายุรเวท (Ayurveda) หรือศาสตร์แห่งชีวิต (Science of Life) ซึ่งเป็นศาสตร์การรักษาเก่าแก่ที่มีอายุยาวนานกว่า 5,000 ปี ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา กระแสอายุรเวทได้รับความนิยมทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ที่ยาตำรับอายุรเวทถูกใช้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

          รัฐบาลอินเดียได้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันอายุรเวทให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ผ่าน กระทรวงอายุรเวท โยคะ ธรรมชาติบำบัด อูนานี สิทธะ และโฮมีโอพาธี (Ministry of AYUSH) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2014 กระทรวงนี้ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือกับต่างประเทศในด้านการแพทย์แผนดั้งเดิม การวิจัย และความร่วมมือทางวิชาการ รวมถึงการจัดตั้ง “Ayush Information Cells” ในกว่า 38 ประเทศ เช่น มาเลเซีย ออสเตรเลีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รัสเซีย และสวิตเซอร์แลนด์

          ดังนั้นการเติบโตของประชากรอินเดียผนวกกับความนิยมในสมุนไพรและศาสตร์อายุรเวท ได้สร้างโอกาสอันมหาศาลในอุตสาหกรรมสุขภาพและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างมีบทบาทในการผลักดันให้สมุนไพรอินเดียเป็นที่ยอมรับทั่วโลก โดยมีรากฐานที่มั่นคงจากนโยบายและความเชี่ยวชาญที่สืบทอดกันมานานนับพันปี

39

          มูลค่าตลาดของสมุนไพร (ภาพรวม) ประมาณ 56.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 188.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2026 โดยมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 38.5 ต่อปี

          ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของอินเดียมีแบรนด์และประเภทของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และสามารถหาซื้อได้ทั่วไป ประกอบกับชาวอินเดียในปัจจุบันให้ความสำคัญกับสุขภาพและนิยมการรักษาโดยธรรมชาติไม่ใช้สารเคมี จึงทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตลาดอินเดียยังคงมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง

          ตลาดสมุนไพรของอินเดียมีจุดเด่นที่การนำศาสตร์อายุรเวท ซึ่งเป็นตำรับยาแผนโบราณ ผสานกับการบำบัดและดูแลสุขภาพในรูปแบบองค์รวม มาใช้เป็นหัวใจสำคัญในกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์และการสื่อสารการตลาด โดยไม่ได้แยกผลิตภัณฑ์สมุนไพรออกเป็นรายชนิดอย่างชัดเจน ไทยสามารถนำแนวทางนี้มาประยุกต์ใช้ โดยการนำเสนอ “การแพทย์แผนไทย-จีน (Traditional Thai-Chinese Medicine)” ในรูปแบบองค์รวม

          ศาสตร์การแพทย์แผนไทยควรครอบคลุมทั้งการรักษาด้วยตำรับยาไทย การนวดแผนไทย การดูแลและป้องกันสุขภาพผ่านอาหารและเครื่องดื่ม สมุนไพรในผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ตลอดจนอาหารเสริมต่าง ๆ ทั้งนี้ ควรเน้น มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัยในระดับสากล ควบคู่กันไป

thai spa1

          นอกจากนี้ ไทยยังสามารถต่อยอดจุดแข็งจาก ชื่อเสียงของอาหารไทย ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ด้วยการใช้ร้านอาหารไทยในต่างประเทศเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์ เช่น การนำเสนอเมนูยอดนิยมอย่างต้มยำกุ้ง ที่ใช้สมุนไพรหลากชนิดเป็นวัตถุดิบหลัก พร้อมทั้งให้ความรู้แก่ผู้บริโภคชาวต่างชาติถึง สรรพคุณของสมุนไพรไทย ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม เช่น ยาดม ยาหม่อง น้ำมันหอมระเหย และผลิตภัณฑ์สปา

          อีกทั้ง การเชื่อมโยงสมุนไพรไทยกับการ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทย-จีน เช่น การนวดและสปา การฝังเข็ม ครอบแก้ว ยังสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน

  1. HS code: 33059040 Hair Dyes (Natural, Herbal or Synthetic); Hair Dyes (Natural, Herbal or Synthetic) สมุนไพรที่ใช้เกี่ยวกับบำรุงผม เส้นผม
อันดับ ประเทศ มูลค่า (เหรียญสหรัฐ)
ปี 2019
ปี 2020
ปี 2021
ปี 2022
1
ไทย
397,620
570,072
364,547
718,947
2
จีน
575,634
215,566
377,311
337,027
3
อินโดนีเซีย
185,272
252,552
4
สเปน
225,492
160,639
228,114
193,704
5
อิตาลี
7,963
104,554
119,160

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์

     2. HS code: 30049011 Medicaments of Ayurvedic System Product Include: Food Supplement, Toothpaste, Ayurvedic Herbal Products, Vicks Vaporub, Herbal Medicince, Eno สมุนไพรที่เกี่ยวข้องกับยาอยุรเวช รวมทั้งส่วนผสมของยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

อันดับ ประเทศ มูลค่า (เหรียญสหรัฐ)
ปี 2019
ปี 2020
ปี 2021
ปี 2022
1
สิงคโปร์
297,285
143,236
262,716
321,397
2
ศรีลังกา
189,343
99,175
314,560
314,408
3
ออสเตรเลีย
3,911
21,809
4
ไทย
2,980
4,996
1,035
5
สหรัฐอเมริกา
323
4,723
3,405

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์

  1. มาตรฐานความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิภาพ
              ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและยาเป็นส่วนสำคัญของระบบสุขภาพในอินเดีย การนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จำเป็นต้องปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานที่รัฐบาลอินเดียกำหนด เพื่อรับรองความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และคุณภาพ
  2. ใบอนุญาตจากหน่วยงานควบคุมมาตรฐาน
    ผู้ผลิต ผู้บรรจุ ผู้ค้าส่ง และผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพร ต้องได้รับใบอนุญาตจาก หน่วยงานควบคุมมาตรฐานและความปลอดภัยของยา (The Central Drugs Standard Control Organization: CDSCO) โดยจำนวนใบอนุญาตที่ต้องการขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ
  3. ขั้นตอนการขออนุญาตนำเข้า
    การยื่นขออนุญาตนำเข้าต้องดำเนินการผ่านบริษัทท้องถิ่นในอินเดีย โดยต้องเตรียมเอกสารดังนี้:
    • รายละเอียดบริษัท
    • ข้อมูลของตัวแทนบริษัทที่ยื่นคำขอ
    • ใบรับรองการจดทะเบียนบริษัท
    • แผนงานของบริษัท
  4. เอกสารที่ใช้สำหรับการนำเข้า การนำเข้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรต้องมีเอกสารสำคัญ เช่น
    • Bill of Lading
    • Airway Bill
    • ใบกำกับสินค้า (Invoice)
    • รายการบรรจุภัณฑ์ (Packing List)
    • ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin)

        ทั้งนี้ ระบบออนไลน์สามารถใช้กรอกข้อมูลและยื่นเอกสารเพื่อการตรวจสอบและประเมินสินค้าที่ด่านนำเข้า

42
import

5. มาตรการตรวจสอบคุณภาพ
หน่วยงานภาครัฐของอินเดียกำหนดให้มีการตรวจสอบคุณภาพพืชสมุนไพรอย่างเคร่งครัด แต่ในกรณีของผลิตภัณฑ์ที่เคยผ่านการตรวจสอบแล้ว อาจได้รับการยกเว้นการตรวจซ้ำ

6. การตรวจสอบและพิธีการศุลกากร
ก่อนที่ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจะผ่านพิธีการศุลกากร จำเป็นต้องสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ สินค้าจะได้รับการปล่อยเมื่อผลการตรวจสอบยืนยันว่าผ่านมาตรฐานของอินเดีย นอกจากนี้ ยังต้องแสดงเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าที่ออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจในประเทศต้นทาง

7. ข้อกำหนดสำคัญสำหรับธุรกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพรในอินเดีย

  • ใบอนุญาตการผลิตอายุรเวท
  • มาตรฐานคุณภาพต้องเป็นไปตามข้อกำหนดภายใต้ พระราชบัญญัติเครื่องสำอางและยา ปี 1940
  • การจดทะเบียนภาษีสินค้าและบริการ (GST) สำหรับธุรกิจที่มีผลประกอบการเกิน 2           ล้านรูปี
  • ใบอนุญาตจากหน่วยงานความปลอดภัยอาหาร (Food Standards and Safety Authority of India: FSSAI)
ลำดับ หน่วยงาน คำอธิบาย Website
1
กระทรวงอายุศ (Ministry of Ayush)
กระทรวงอายุศก่อตั้งเมื่อปี 2014 เพื่อพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพของอินเดียและกำกับการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นด้านการศึกษาและวิจัยในเรื่องอายุรเวท โยคะ การรักษาด้วยธรรมชาติการรักษาสมดุลของร่างกายและอาหารเสริม
https://ayushnext.ayush.gov.in
2
คณะกรรมการพืชสมุนไพรแห่งชาติ (National Medicinal Plants Board)
มีหน้าที่พัฒนากลสำหรับการประสานงานระหว่างกระทรวง กรม
และองค์กรต่างๆ เพื่อการนำไปปฏิบัติในการส่งเสริม นโยบาย โครงการในภาพรวม ทั้งด้านการเก็บรักษา การเก็บเกี่ยว การค้าและการส่งออก
https://www.nmbp.nic.in
3
สมาคมผู้ผลิตสมุนไพรและเภสัชโภชนศาสตร์ของอินเดีย (Association of Herbal and Nutraceutical Manufacturers of India: AHNMI)
สมาคมผู้ผลิตสมุนไพรและเภสัชโภชนศาสตร์ของอินเดีย เกิดจากการรวมตัวของผู้ผลิตสมุนไพร เภสัชโภชนศาสตร์ และอาหารเสริม เพื่อการลดน้ำหนักของอินเดีย
http://ahnmo.in

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์

Views: 383
Scroll to Top